บทความอัพเดท

ดาวน์โหลด (12)

การปวดศรีษะแบบไหนที่เรียกว่าอันตรายบ้าง

และสำหรับอาการปวดศีรษะเป็นสาเหตุที่เราทุกคนต้องเคยเป็นซึ่งกำลังเป็นข่าวว่าปวดศีรษะแบบไหนที่มีอันตรายถึงชีวิตถ้าเราไม่ได้รักษาจากการสำรวจกลุ่มประชากรทั่วโลกพบว่าร้อยละ 46 มีภาวะปวดศีรษะจากภาวะศีรษะเกิดจากทำให้เราเจ็บป่วยทางด้านร่างกายและจิตใจการทำงานการใช้ชีวิตประจำวันและสาเหตุของการปวดศีรษะแบ่งออกเป็นสาเหตุอะไรได้บ้าง สำหรับภาวะปวดศีรษะแบบปฐมภูมิสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานผิดปกติของระบบประสาท ถึงร้อยละ 42 มีภาวะปวดศีรษะชนิดตึงตัวว่าปวดไมเกรนและปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ค่ะ ภาวะการปวดศีรษะแบบทุติยภูมิเป็นเนื้องอกในสมองเส้นเลือดในสมองแตกอาการอักเสบของเยื่อหุ้มสมองโพรงไซนัส ทำให้มีอาการปวดศีรษะอาการปวดศีรษะในลักษณะดังกล่าวจำเป็นอย่างมากต้องได้รับการรักษา และถ้าผู้ป่วยมีอาการดังต่อไปนี้ให้รีบปรึกษาแพทย์ดูดวงสำหรับอาการทองแดงการปวดหัวแบบใหม่โดยที่ไม่เคยผ่านการเป็นมาก่อนมีความรุนแรงของการปวดมากมีอาการที่สงสัยว่ามีการทำงานของสมองผิดปกติอาเจียนรุนแรงระดับความรู้สึกตัวนั้นเปลี่ยนไปมีไข้สูงตัวร้อนด้วยค่ะ

ดาวน์โหลด (16)

บุหรี่กับมือที่สามภัยมืดที่เรามองไม่เห็น

และงานนี้ถึงแม้ว่าเรานั้นจะไม่ได้สูบบุหรี่แต่ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ได้รับผลกระทบจากผู้ที่สูบบุหรี่จัดการรายงานของกรมอนามัยโลกก็ได้พบว่าในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ทางอ้อมประมาณ 6 แสนคน ซึ่งคุณรู้หรือไม่ค่ะว่าอันตรายของควันบุหรี่นั้นมีอะไรบ้าง ถึงแม้ว่าการสูบบุหรี่ 1 มวนจะใช้เวลา เพียงแค่ไม่กี่นาทีแต่ว่าสารพิษของควันบุหรี่ตกค้างอยู่ในบ้านของเราอย่างน้อย 6 เดือนอันตรายนี้มีต่อผู้อาศัยเด็กและสตรีมีครรภ์ได้เลยค่ะ และถึงแม้ว่าเราจะส่งบุหรี่มาหลายสิบชั่วโมงก่อนจะเข้าบ้านมาเล่นหรือสัมผัสให้นมลูกน้อยแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคทางเดินหายใจส่วนล่างได้เลยค่ะ แล้วถ้าหากเราเป็นคนสูบบุหรี่เมื่อลูกน้อยเข้ามาสัมผัสลูกของเราก็สามารถรับสารได้หลายทางแล้วก็จะเป็นทางจมูกผิวหนังและแม้กระทั่งลูกจะสัมผัสกับตัวเราบริเวณที่มีสารพิษสะสมการเอามือขยี้ที่ตาลูกของเราก็สามารถรับสารพิษได้จากเยื่อบุตาได้เลยค่ะ สำหรับคุณแม่ที่สูบบุหรี่เมื่อได้รับการอบรมควันบุหรี่ภายในร่างกายสารพิษเหล่านั้นอาจจะส่งถึงลูกน้อยในยามที่เราให้นมเลยก็ว่าได้ค่ะ

ดาวน์โหลด (13)

เป็นโรคไตทานอะไรห้ามทานอะไรบ้าง

และสำหรับโรคนี้ก็เป็นโรคที่คนไทยหลายคนกำลังประสบหนีไม่พ้นกับโรคเกี่ยวกับอาหารการกินที่ไม่ถูกสุขลักษณะไม่ถูกโภชนาการต้านทานอาหารที่ไม่มีความสมดุลทำบางอย่างมากจนเกินไปเมื่อสะสมสุดท้ายแล้วกลายเป็นโรคไตได้เลยค่ะ ฟอสฟอรัสตัวอันตรายของผู้ป่วยโรคไตซึ่งนอกจากโซเดียมที่เป็นตัวการของโรคไตยังมีความดันโลหิตสูงฟอสฟอรัสทำให้อาการของโรคไตได้ อารมณ์เมื่อไตของเราเสื่อมก็จะมีความสามารถในการกรองเอาสารอาหารประเภทฟอสฟอรัสออกไปได้น้อยค่ะ ดังนั้นการทานอาหารที่มีฟอสฟอรัสเข้าไปมากมันก็จะสมในร่างกายเอาออกไปไม่ได้คนที่ไปทำงานปกติแต่จะกรองเอาสารอาหารนี้ที่เกิดความจำเป็นออกแต่ถ้าฟอสฟอรัสไม่ยอมออกไปจะทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายเราได้ค่ะ อาหารที่ผู้ป่วยโรคไตควรจะหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้างไข่แดง เนื้อสัตว์ติดมัน ถั่วต่างๆธัญพืชพืชพันธุ์จาก นมวัว ข้าวกล้องขนมปังโฮลวีต บะหมี่ ขนมเบเกอรี่ ผักสีเข้ม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ขนมไทยที่ทำจากไข่แดงสังขยา อาหารที่ผู้ป่วยโรคไตควรทานไข่ขาวปลาเนื้อหมูน้ำเต้าหู้ที่ทำสดข้าวขาวเส้นหมี่เส้นเล็กบนเส้นผักสีอ่อนน้ำขิงชาไม่ใส่นม น้ำหวาน เมอแรงค์ค่ะ

salts

ทานเค็มแค่ไหนถึงจะห่างไกลโรคไตได้

และสำหรับการทานหวานมากเกินไปแล้วก็เสี่ยงเป็นเบาหวานเค็มมากก็เสี่ยงเป็นโรคไตซึ่งประโยคนี้ก็เป็นความจริงที่ไม่ต้องสงสัยแต่ที่สงสัยก็คือทานเค็มมากเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่ามากและรสเข้มเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าปลอดภัยแล้วมีข้อมูลปริมาณของโซเดียมที่อยู่ในเครื่องปรุงที่เราสามารถทานได้ในแต่ละวันมาแนะนำกันค่ะ ทำไมโซเดียมจากเครื่องปรุงรสเค็มถึงทำให้เกิดโรคไตได้ เพราะว่าลดเค็มที่เราทานเข้าไปจะทำให้ไตทำงานหนักนอกจากนี้ยังทำให้ระบบในร่างกายผิดปกติในว่าจะเป็นความดันโลหิตสูงเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรัง โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคอัมพฤกษ์อัมพาตได้ค่ะ สำหรับปริมาณโซเดียมที่เราไม่ควรทานเกินแต่ละวันซึ่งคนปกติไม่ควรทานโซเดียมเกินวันละ 2400 mg หากเป็นผู้ป่วยความดันโลหิตสูงไม่ควรทานเกิน 2000 มิลลิกรัม ผู้ป่วยที่เป็นโรคไต ไม่ควรทานเกิน 1,000 ถึง 1500 mg ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตขั้นวิกฤตไม่ควรทานเกิน 500 mg เลยค่ะ และสำหรับปริมาณของโซเดียมจะเพิ่มขึ้นถ้าหากเราปรุงด้วยเกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสมะเขือเทศ เครื่องปรุงรสเค็มอื่นๆค่ะ ซึ่งนอกจากเลือดอาหารจืดหรือว่าเป็นอาหารคลีนร้านที่ไม่ปรุงสุกจะลดเค็มเกินไปให้เลือกที่จะทำอาหารทานเองเมนูน้ำใสไม่ว่าจะเป็นแกงจืดผัดผักนั่นเองค่ะ

เรื่องน่าสนใจ